ส่องตลาดการเงินไทย หลังเงินบาทอ่อน–หุ้นไทยแผ่ว สัปดาห์นี้มีอะไรต้องลุ้น
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองเงินบาทสัปดาห์นี้แกว่ง 32.70-33.30 บาทต่อดอลลาร์ฯ หุ้นไทยจับตาเฟด BOJ BOE และเงินทุนต่างชาติ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินทิศทางตลาดการเงินในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ระหว่างวันที่ 7-11 กันยายน 2569 โดยพบว่า “เงินบาท” กลับมาอ่อนค่าทะลุระดับ 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ตลาดหุ้นไทยยังสามารถปิดบวกต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน แต่เริ่มเห็นแรงกดดันและการลดช่วงบวกลงในช่วงกลางถึงปลายสัปดาห์
เริ่มสัปดาห์ เงินบาทแข็งตามเงินเยน ก่อนกลับมาอ่อนค่า
ช่วงต้นสัปดาห์ เงินบาทและสกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเชียแข็งค่าขึ้นตามทิศทางเงินเยน หลังตลาดคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น หรือ BOJ
อาจมีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน ขณะเดียวกันยังมีความกังวลว่า ทางการญี่ปุ่นอาจเข้ามาแทรกแซงตลาด หากเงินเยนอ่อนค่ามากเกินไป
อย่างไรก็ตาม เงินบาทเริ่มทยอยอ่อนค่าลงในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ โดยมีแรงกดดันจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางส่งสัญญาณตึงเครียดมากขึ้น
ขณะเดียวกัน เงินดอลลาร์สหรัฐฯ ได้รับแรงหนุนจากตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิต หรือ PPI ของสหรัฐฯ ในเดือนสิงหาคมที่ออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาด ส่งผลให้ตลาดเพิ่มมุมมองว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด อาจมีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุม FOMC วันที่ 15-16 กันยายนนี้
นอกจากนี้ ดอลลาร์ฯ ยังฟื้นตัวตามทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ หรือบอนด์ยีลด์ ท่ามกลางความกังวลว่า ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอาจเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ รวมถึงแผนซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ประกาศออกมาน้อยกว่าที่ตลาดคาด
อย่างไรก็ดี ช่วงท้ายสัปดาห์เงินบาทยังมีปัจจัยช่วยชะลอการอ่อนค่าอยู่บ้าง จากราคาทองคำในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น และการชะลอธุรกรรมบางส่วนของตลาดก่อนการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อ หรือ CPI ของสหรัฐฯ
สัปดาห์นี้ จับตาประชุม 3 ธนาคารกลางใหญ่
สำหรับสัปดาห์ระหว่างวันที่ 14-18 กันยายน 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.70-33.30 บาทต่อดอลลาร์ฯ
ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลการประชุม FOMC ของสหรัฐฯ รวมถึงการประชุมธนาคารกลางอังกฤษ หรือ BOE และ BOJ ตลอดจนทิศทางเงินทุนต่างชาติ และสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
นอกจากนี้ ยังต้องติดตามยอดค้าปลีกเดือนสิงหาคมของสหรัฐฯ ข้อมูลเศรษฐกิจจีนเดือนสิงหาคม เช่น ยอดปล่อยกู้ใหม่สกุลเงินหยวน รวมถึงตัวเลขเงินเฟ้อเดือนสิงหาคมของอังกฤษ ยูโรโซน และญี่ปุ่น
หุ้นไทยยังปิดบวก แต่เริ่มเจอแรงขายลดความเสี่ยง
ด้านตลาดหุ้นไทย ดัชนี SET ยังสามารถปิดบวกต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน โดยช่วงต้นสัปดาห์ดัชนีดีดตัวขึ้นแรงและกลับมาเคลื่อนไหวเหนือระดับ 1,600 จุดอีกครั้ง
แรงหนุนสำคัญมาจากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะหุ้นผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่แห่งหนึ่ง ซึ่งได้รับปัจจัยบวกจากกระแสการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ AI และ Data Center รวมถึงหุ้นกลุ่มพลังงานที่ได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น
แต่หลังจากนั้น แรงส่งของตลาดเริ่มลดลงตั้งแต่ช่วงกลางสัปดาห์ โดยตลาดเผชิญแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับโอกาสการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารก็มีแรงขายออกมา หลังทยอยประกาศขึ้นเครื่องหมาย XD
อีกปัจจัยที่ตลาดจับตาคือสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังมีรายงานข่าวเกี่ยวกับการโจมตีและตอบโต้กันระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการส่งสัญญาณจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ ว่าสงครามอาจยืดเยื้อไปจนถึงหลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ
ช่วงท้ายสัปดาห์ ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงแรงต่อเนื่องไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นภูมิภาค จากแรงเทขายเพื่อลดความเสี่ยงในหุ้นแทบทุกกลุ่ม ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังรอติดตามตัวเลข CPI เดือนสิงหาคมของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด
แนวรับ 1,590 จุด แนวต้าน 1,620 จุด
สำหรับสัปดาห์วันที่ 14-17 กันยายน 2569 KSecurities ประเมินแนวรับของตลาดหุ้นไทยไว้ที่ 1,590 และ 1,570 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,620 และ 1,630 จุด
ปัจจัยที่ต้องติดตามยังคงเป็นผลการประชุม FOMC, BOE และ BOJ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทิศทางเงินทุนต่างชาติ รวมถึงยอดค้าปลีกเดือนสิงหาคมของสหรัฐฯ
นอกจากนี้ ยังต้องติดตามดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนสิงหาคมของยูโรโซนและญี่ปุ่น ตลอดจนข้อมูลเศรษฐกิจจีนเดือนสิงหาคม โดยเฉพาะยอดปล่อยกู้ใหม่สกุลเงินหยวน
ทั้งหมดนี้ทำให้สัปดาห์นี้เป็นอีกหนึ่งช่วงที่ตลาดการเงินไทยต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะทั้งทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางหลัก เงินทุนต่างชาติ ราคาน้ำมัน และสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ล้วนเป็นตัวแปรสำคัญต่อทั้งค่าเงินบาทและตลาดหุ้นไทย
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB